เก็บสูตรไว้ต่อยอดสร้างอาชีพ “พริกเกลือจิ้มผลไม้รสเด็ด” มีทั้งหมด 6 สูตรอร่อย (ดูส่วนผสม)

เก็บสูตรไว้ต่อยอดสร้างอาชีพ “พริกเกลือจิ้มผลไม้รสเด็ด” มีทั้งหมด 6 สูตรอร่อย (ดูส่วนผสม)

1.สูตรที่ 1 พริกเกลือ

ส่วนผสม

-พริกขี้หนูสวน สีแดง 3 เม็ด (สามารถเพิ่มได้)

-น้ำตาลทรายขาว 4 ช้อนโต๊ะ,

-เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ปั่นส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน

2.สูตรที่ 2 พริกเกลือชูรส

ส่วนผสม

-พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ (สามารถเพิ่มได้)

-เกลือสมุทร 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทรายขาวชนิดเม็ดละเอียด 5 ช้อนโต๊ะ

-ผงชูรส 1/2 ช้อนชา หรือผงปรุงอาหารรสไก่

-น้ำเปล่า 1/2 ช้อนโต๊ะ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ถ้าชอบพริกเกลือร่วนๆ ก็ไม่ต้องใส่)

วิธีทำ

– ผสมพริกกับเกลือเข้าด้วยกัน

– ใส่น้ำตาลทรายและผงชูรสลงไปผสม

– เติมน้ำลงไปคลุกเคล้าทีละน้อยให้เข้ากัน แต่หากไม่ชอบแบบแฉะๆก็ไม่ต้องใส่น้ำก็ได้

3.สูตรที่ 3 กะปิหวานแบบแห้ง

ส่วนผสม

-กะปิ 5 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทรายขาวชนิดเม็ดละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ

-พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ ถ้าชอบเผ็ดมากก็เพิ่มได้

-ผงชูรส 1/2 ช้อนชา หรือผงปรุงอาหารรสไก่ (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ตามชอบ)

วิธีทำ

– หากต้องการเพิ่มความหอมให้นำกะปิมาห่อใบตอง ย่างไฟอ่อนๆ หรือย่างเตาแก๊สก็ได้

– ผสมน้ำตาลทรายลงไปคนให้เข้ากัน

– ค่อยๆ เติมพริกป่น ชิมรสเผ็ดตามชอบ

– ใส่ผงชูรส หรือ ผงปรุงอาหารรสไก่ (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ตามชอบ)

4.สูตรที่ 4 น้ำปลาหวาน

ส่วนผสม

-น้ำตาลปึก 1/2 กิโลกรัม

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ ถ้าชอบเผ็ดมากก็เพิ่มได้

-กุ้งแห้งป่น 1/2 ขีด

-หอมแดงซอย 1-2 หัว

-พริกขี้หนูซอย 3 เม็ด

-น้ำสะอาด

วิธีทำ

– ขูดนำตาลปึกเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ละลายได้ง่าย เทน้ำตาลปึกใส่หม้อ

– ตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำปลา พริกป่น เติมน้ำแล้วคนให้เข้ากัน เคี่ยวจนเดือด

– ใส่พริกขี้หนู กุ้งแห้ง และหอมแดงซอย

5.สูตรที่ 5 กะปิหวาน

ส่วนผสม

-กะปิ 5 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ สามารถเพิ่มเติมได้หากชอบเผ็ดมาก

-น้ำสะอาด

วิธีทำ

– ขูดนำตาลปึกเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อจะได้ละลายง่ายๆ เทน้ำตาลปึกใส่หม้อ

– ตั้งไฟอ่อน ใส่กะปิ พริกป่น เติมน้ำแล้วคนให้เข้ากัน เคี่ยวจนเดือด

6.สูตรที่ 6 พริกเกลือบ๊วย

ส่วนผสม

-บ๊วยแห้งแกะเอาแต่เนื้อ 15 ลูก

-น้ำตาลทรายขาว 4 ช้อนโต๊ะ

-เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ปั่นวัตถุดิบทุกอย่างรวมกันจนเป็นผง

พริกเกลือทั้ง 6 สูตรเป็นการเพิ่มรสชาติให้ผลไม้ของคุณอร่อยมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

ขอบคุณข้อมูล อยู่เป็น,cooking.kapook.com